Home About Us Product Service Gallery Video Clip Contact
 
พระพิฆเณศวร
 
พระแม่โพสพ
 
พระหนุมาน
 
พระนางลักษมี
 
พระมหาเทวะศิวะเทพ
 
ท้าวมหาพรหม
 
พระนารายณ์
 
พระราม
 
พระกฤษณะ
 
พระศรีมหาอุมาเทวี
 
พระนางสีดา
พระพิฆเณศวร


พระคเณศเทพเจ้าองค์สำคัญองค์หนึ่งของศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูทรงเป็นเชษฐโอรสที่ใกล้ชิดของมหาเทพผู้ทรงเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่คือ พระศิวะและพระอุมา ซึ่งพระศิวะนั้นชาวอินเดียเชื่อกันว่าพระองค์เป็นเทพผู้เป็นต้นกำเนิดของสิ่งทั้งปวงในจักรวาล มีเครื่องหมายในการสร้างเรียกว่าศิวลึงค์ ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระศิวะ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นผู้มีหน้าที่ทำลายล้างโลก จึงได้รับการนับถือให้เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดใน

ศาสนาพราหมณ์หรือศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีพระวรกายเป็นสีแดง สีขาว และสีดำ ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามยุคต่าง ๆ มีสามเนตร เนตรที่ 3 อยู่กลางพระนลาฏ ผาเกล้าเป็นมุ่นขมวด มีพระจันทร์เสี้ยวเป็นปิ่น มีพระคำกะโหลกหัวคนคล้อง พระศอมีงูเป็นสังวาล นุ่งหนังสือ อาวุธประจำกายที่ขันธกุมาร ทรงโคเผือกนนทิเป็นพาหนะ นอกจากนี้ยกย่องให้พระองค์เป็น "นาฏราช" หรือราชาแห่งการฟ้อนรำโดยถือว่าเป็นผู้ให้กำเนิดมากศิลปด้วยทั้งนี้ในคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ ได้กล่าวถึงการฟ้อนรำของพระองค์ว่า มีบทบาทสำคัญมาก แสดงถึงพลังในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับจักรวาร 5 ประการ คือ 

การสร้าง การดูแลให้คงอยู่ การทำลาย การปิดบัง การอนุเคราะห์ โดยทรงทำกิจกรรมเหล่านี้พร้อมกันด้วยการแสดงท่าด้วยพระหัตถ์และพระบาท ท่าฟ้อนรำมีทั้งหมด 108 ท่า ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งการฟ้อนรำตามตำนานกล่าวว่าทรงฟ้องรำท่ามกลางคณะเทพซึ่งทรงดนตรีชนิดต่าง ๆ อาทิ พระพรหมตีฉิ่ง พระคเณศตีกลองและเทพบุตรนนทิตีตะโพนเป็นต้น ทั้งในเมืองสวรรค์และเมืองมนุษย์ ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้พระคเณศซึ่งเป็นผู้ได้ชื่อว่ามีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่งสามารถจดจำท่าร่ายรำของพระอิศวรได้ ชาวอินเดียได้ถ่ายทอดคติความเชื่อนี้ลงสู่งานศิลปะในรูปเคารพทั้งที่เป็นประติมากรรมลอยตัวและภาพสลักรูป "ศิวนาฏราช" หรือพระนฤเตศวร คือ พระศิวะในปางนฤติบูรติ (พระศิวะทรงฟ้อนรำ)

รวมทั้งประดิษฐ์นาฏยคเณศ (พระคเณศช่างเต้นรำ) ตามศาสนสถานทั่วไปด้วยและได้รวบรวมเป็นตำราเผยแพร่พร้อมกับศาสนามายังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ เช่น อินโดนีเซีย ของคนในเขมร และไทย โดยไทยได้รับมาดับแปลงแก้ไขให้เหมาะสมและสวยงามตามแบบฉบับของไทย และกลายเป็นเอกลักษณ์ของตนเองในที่สุด 

นอกจากนี้แล้วกรมศิลปากรยังแต่งบทการแสดงที่มีพระคเณศเกี่ยวข้องคือ ระบำวานรพงศ์และระบำวีรชัยสิบแปดมงกุฏซึ่งเป็นการแสดงชุดพิเศษในโขนชุดรามาวดาร กล่าวถึงตอนที่พระอิศวรทรงให้เหล่าเทพยาดาอวตารมากำเนิดในสุริยวงศ์เป็นวานรที่ฤทธิ์เดช ซึ่งพระคเณศได้อวตารมาเป็นวานรชื่อ "นิลขัน" หนึ่งในสิบแปดมงกุฏของกองทับวานรที่มาช่วยเหลือพระรามปราบอธรรม โดยมีสีกายเป็นสีแดงตามสีกายเดิมแลการแสดงโขนตอนพิเภกสวาภิกักดิ์ กล่าวถึงตอนพิเภกถูกขับออกจากกรุงลงกา และเดินทางมาขอเฝ้าพระรามระหว่างทางได้พบกับพวกสิบแปดมงกุฏจึงถูกเหล่าวานรจับตัวไปเข้าเฝ้าพระราม
บทบาทความสำคัญของพระพิฆเณศ

คนไทยคุ้นเคยกับบรรดาเทพทั้งหลายมาช้านานแต่ในบรรดาเทพทั้งหมดคนไทยรู้จักพระพิฆเณศมากที่สุดเพราะท่านเป็นมหาเทพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยมากที่สุดจนกล่าวได้ว่า คนไทยยอมรับในองค์พระพิฆเณศเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ เป็นตราประจำกรมกองต่างๆมากมาย

พระพิฆเณศเป็นเทพแห่งปราชญ์ ความรอบรู้ต่าง เป็นเทพแห่งขจัดอุปสรรคความขัดข้อง ดังนั้นหากผู้ใดเป็นผู้รู้และประสบความสำเร็จต่อกิจการทั้งปวงมักจะบูชาพระพิฆเณศก่อน

ในอินเดียเองก็มีแนวความเชื่อในเรื่องพระพิฆเณศวร์ในทุกลัทธิศาสนาไม่ว่าลัทธิที่ถือองค์พระศิวะเป็นใหญ่ นับถือพระพรหมเป็นใหญ่หรือพระนารายณ์เป็นใหญ่ ทุกลัทธิล้วนให้ความสำคัญต่อพระพิฆเณศทั้งสิ้น

ด้วยทุกตำราได้กล่าวถึงที่มาของพระพิฆเณศไว้สูง สำคัญและฤทธิ์มาก มีความเฉลียวฉลาด มีคุณธรรม คอยช่วยเหลือปกป้องปราบปรามสิ่งชั่วร้ายและเป็นยอดกตัญญู

แม้พระพิฆเณศจะเป็นเทพที่มีความเก่งกาจสามารถยิ่ง แต่ก็เป็นเทพที่สงบนิ่งไม่เย่อหยิ่งทรนงอันเป็นคุณสมบัติอันประเสริฐอีกประการหนึ่งของผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง จึงกล่าวได้ว่า พระพิฆเณศวร์เป็นมหาเทพที่ดีพร้อมครบถ้วนด้วยความดีงามสมควรแก่การยกย่องบูชาเป็นนิจ 

แม้แต่องค์พระศิวะมหาเทพผู้สร้างและพระบิดาแห่งองค์พระพิฆเณศยังกล่าวว่า ไม่ว่าจะกระทำการสิ่งใดหรือทำพิธีบูชาใด ให้ทำการบูชาพระพิฆเณศวร์ ก่อนกระทำการทั้งปวง